- มาราธอนแรก เข่าเสียใจไม่เสีย
"เฮ้ยตื่นแล้วหรอวะเนี่ย" รู้สึกเหมือนนอนไม่ค่อยอิ่มทั้งที่นอนตั้งแต่ 2 ทุ่ม หลับๆตื่นๆ ตื่นเต้นไงเนี่ยกุ
"ที่รักตื่นเร็วปลุกน้องวิวด้วย ไปด้วยป่าว" แหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตี2 ครึ่ง พาลูกไปลำบากอีก 555 อาบน้ำ เตรียมพร้อม ลุย!!!
มันเป็นมาราธอนแรกของผม ระยะ 42.195 กิโลเมตร ระยะไกลที่สุดที่เคยวิ่งมา ดูจากสภาพร่างกายหลังจากวิ่งฮาร์ฟมาราธอนมา (21 k.) ที่สระบุรี พักได้ไม่ถึง 7วันดีเลยกุ
"จะไหวมั้ยเนี่ย" เสียงที่รักกรอกในหู ตลอด
"เออใช่กุจะไหวมั้ยเนี่ย" คิดในใจ แต่ที่ตอบไป
"ไหวดิ สบายยยยย " เป็นเจ้าบ้านซะด้วย จัดที่นครนายก ไม่ยอมน้อยหน้าหรอกน่า 555
ถึงงาน ตี3 กว่าๆ รับเบอร์วิ่งกะเพื่อน (มันทำงานที่ กทท.ครยก เลยให้มันจอกเบอร์ไว้ให้) เริ่มวอร์มเบาๆ ก่อนปล่อยตัว เซลฟี่ซัก2-3 ภาพ อิอิ วิ่งวอร์มยืดเส้นได้พักนึง รุ้สึกอึนๆ ปวดขี้!!! ชิหายและ
วิ่งเข้าห้องน้ำ ปกติเวลาใกล้ๆปล่อยตัว ห้องน้ำนี่แถวจะยาวววว เปนปกติยุแล้วที่จะตื่นเต้นนิดๆ แต่งานนี้นี่ว่าง! เข้าไปถ่ายเสบยยย "เฮ้ย!น้ำไม่ไหล!!!" เลยต้องกวักน้ำก้นอ่างล้างไปก่อน อนาจเลยกุ 555
0400 น. "แปร๊ดดดดดดดดด!!!!" เสียงปล่อยตัวจากแตร ที่เจ้าหน้าที่บีบให้สัญญาณปล่อยตัวระยะ มาราธอน (ลืมว่าประธานมาปล่อยทันป่าว เหนว่าเป็นผู้ว่าฯฮุุฮุ) เริ่มสตาร์จ งานนี้บอกกับตัวเองไว้แล้วว่าไม่รีบ ใช้ระบบแบบ เรื่อยๆมาเรียงๆ ยังไงต้องวิ่งให้ครบระยะไว้ก่อน ไม่ได้ล่าถ้วยรางวัลยุแล้ว 55 ..บรรยากาศตอนเช้า นี่น่าวิ่งได้ตลอด นอกจากไม่ร้อนแล้ว ลมพัดเบาๆ ได้กลิ่นของผืนป่าเขา
นี่มันโลกของกุเลยว่ะ (โลกของนักวิ่งนอกจากได้พบปะเพื่อนฝูง บรรยากาศงานวิ่ง ก็เป็นเรื่องของสนามวิ่งนี่แหละ ยิ่งติดกับธรรมชาติเงี๊ย ฟินเฟ่อออ ^^ )
0500 น. ผ่านไป 1ชั่วโมง ผ่านจุดยูเทิร์นมาแล้ว ยังยุบนสันเขื่อน เอิ่มมม วิ่งชมวิวจิงๆ 555 แต่ได้ชมวิวบนนี้ก็สวยแฮะ
"ใจเย็นน้อง ตัวใหญ่ๆวิ่งเร็วมากเดี๋ยวเข่าพังพอดี" เสียงพี่ผู้ชายนักวิ่งตะโกนบอก แต่ไม่ค่อยเอะใจไรนัก เรื่องวิ่งลงเขา เพราะงานเขื่อนขุนด่านฯ 10 K ก็วิ่งลงอย่างนี้มาแล้ว 2 งาน แต่ตอนนั้นหนัก 75-76!!!
ป้ายบอกทาง 13 k. เลยทางเข้าน้ำตกวังตะไคร้มาหน่อย รู้สึกแปร๊บๆ ที่เข่าซ้าย "เห้ย!" เป็นไรวะเนี่ย ไม่น่า... เคยเป็นบ่อยวิ่งไปเรื่อยๆก็หายมั้ง ฝืนวิ่งต่ออีกสักพัก "อุ้ย!!!" สัสเอ้ยเจ็บจังวะ ชิหายและ!
(เหตุจากหักโหมตอนลงเขา กับวอร์มน้อยไปหน่อย สำคัญนะครับการวอร์มก่อนวิ่งระยะไกลๆเนี่ย)
ให้มันได้อย่างงี๊สิ คำเตือนจากพี่คนนั้นมันดังก้องยุในหูตลอด นี่มันยังไม่ถึงครึ่งทางนะเนี่ย จบอย่างนี้ไม่สวยเลย พร่ำกับตัวเองไป เดิ นไป เอาวะ หยุดวอร์มก่อนก็ได้ พักจุดให้น้ำ ขอน้ำแข็งมาประคบดูก่อน ยืดเส้นแพร๊บเด่วค่อยไปต่อ เอ่อแหะ วิ่งได้และ แต่ได้สักพัก เจ็บอีกและ!!!
มันเป็นฝันร้ายของนักวิ่ง ที่คนชอบวิ่ง คนบ้าวิ่ง แต่วิ่งไม่ได้ ทำไรไม่ได้ดั่งใจ ทั้งที่แรงยังเหลือยุเต็มสตีม...
"น้องยาฉีดมั้ย"
"ไหวมั้ยพี่ สู้ๆ"
"แก้ปวดพี่มั้ย นวดเยอะๆ เอาไว้เลย พี่ให้"......
วงการวิ่งไม่เคยไร้น้ำใจ "ขอบคณคร้าบบ ขอบคุณมากครับ ไหวคับพี่ สู้ๆ" ร้องตอบพี่ๆที่มีน้ำใจไป ผมนี่ซึ้งเลย ฮึดเลยทีนี้!
เอาวะ!!! นึกถึงเพลง แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้าเลยผม "เอาวะ ยังไงอดทน สู้สู้ ทนจนแทบขาดใจ ต่อยเข้าไป ต่อยเข้าไป ต่อยให้ตาย ถ้ายังไม่ตาย ไม่โยนผ้าหรอก!"
วิ่งเขย่งๆ เขย่งๆวิ่ง หยุดยืดเส้น ปวด นวด เดินวิ่ง...
ผ่านจุดยูเทิร์นได้ปาไป 4 ชม.!!!ให้ตายสิ หลังจากนั้นใช้เดินเร่งรีบ
นึกถึงลูกเมีย กุไปปลุกให้มาดูเราวิ่งแต่ ตี2ตี3 จบแบบไม่ครบระยะไม่สวยแล้วมั้ง เอาน่าวิ่งให้ครบระยะ อย่างน้อยก็พิชิตใจตัวเอง พิชิตมาราธอนได้ ใช้เดินแบบเร่งรีบก็ได้
เดินต่อไป...ต่อไป...ต่อไป...
นักวิ่งระยะ21,10 k. รวมทั้งมาราธอนที่เข้าเส้นไปก่อนเริ่มทยอยกลับกันแล้ว ก็นั่นน่ะสิ นี่มัน 6 ชม.แล้วนะเห้ย!!!งานนี้ผมเข้าเส้นที่เวลา 06.39.22 น. 555 อย่างน้อยก็จบมาราธอน แม้เวลาไม่ค่อยสวยก็ตาม 5555555
เดี๋ยวกลับไปฟิตก่อน แล้วจะแก้มือใหม่ มาราธอน
ขอบคุณภาพจากพี่ตำรวจ ญ. ที่วิ่งไปถ่ายรูปวิวไป รวมทั้ง ยานวดที่ให้ผมด้วยครับ (มารู้ที่หลังว่าแกเป็นตำรวจ)
ขอบคุณกำลังใจจากนักวิ่ง ที่วิ่งยูเทิร์น สวนมา 555 น่าจะเจอทุกคน
ขอบคุณเจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญูและจุดให้น้ำ ที่อยู่รอจนคนสุดท้าย ซึ่งผมนี่รองบ๊วยเลย (อายว่ะ)555
ขอบคุณเพื่อนนัท เพื่อนบอล ที่ล็อคเบอร์วิ่งเลขสวยไว้ให้ No. 99 เลขสวยซะด้วย (จุ๊ๆ)
และสำคัญ เมียที่รัก กะน้องวิวลูกสาว ที่รอรับพ่อที่หน้าเส้น^^
แล้วเจอกันใหม่ ที่ฟิตกว่าเดิม 55


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น